แบรนด์เก๋า เลือดใหม่ เปิดประวัติพร้อมคอลเลคชั่นใหม่ สุดร้อนแรง Tommy Hilfiger X THe Chainsmokers
Tommy Hilfiger / Porträt / Digital Showroom

หากกล่าวถึงแบรนด์เสื้อผ้าที่บ่งบอก และสะท้อนความเป็นอเมริกันชน แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ Tommy Hilfiger
อยู่ในนั้น เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกเขามีส่วนในการปฏิวัติสไตล์การแต่งตัวของชาวอเมริกันรวมถึงคนทั่วโลก

ย้อนกลับไปราวๆ 30 กว่าปีก่อน นาย Thomas Jacob Hilfiger ต้องการอยากจะเป็นดีไซเนอร์และมีแบรนด์
เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาและเพื่อนได้ลงขันเพื่อรับเสื้อผ้ามาขายจนเกิดเป็นธุรกิจเล็กๆ โดยพวกเขาใช้
ชื่อร้านว่า People’s Place ด้วยผลตอบรับที่ดีเกินคาด ทำให้ Thomas สามารถขยายสาขาได้กว่า 10 สาขา
ในเวลาไม่นาน เขาจึงเลือกที่จะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย และมุ่งหน้าสู่การมีธุรกิจเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง

ธุรกิจที่ดูเหมือนจะกำลังไปได้สวย แต่ก็ต้องมาสะดุดในปีที่ 7 ขอการทำงาน เพราะว่างานที่มุ่งเน้นแต่เรื่องดีไซน์ แต่ขาด
ความรอบครอบ และเชี่ยวชาญในกรบริหารเงิน ก็ไม่อาจทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ เมื่อร้าน People’s Place
ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จนสุดท้าย Thomas ต้องร้องขอต่อศาลให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายด้วยวัยเพียง 25 ปี
จากความล้มเหลวในครั้งนี้ เขาจึงได้ค้นพบว่าการดูและการเงินและงานบริหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจแฟชั่น
ไม่แพ้เรื่องของดีไซน์เสื้อผ้า

หลังจากล้มเหลวในธุรกิจแรกเขาก็ยังคงมุ่งมันทำงานที่ตัวเองรัก และเหมือนโชคชะตาจะนำพาเขาให้ประสบความสำเร็จ
เมื่อเขาได้พบนักธุรกิจชาวอินเดียที่ชื่อ Mohan Murjani และเสนอเงินให้ Thomas ได้มีแบรนด์เป็นของตัวเอง
ภายใต้ชื่อ Tommy Hilfiger เพียงแค่คลอเลคชั่นแรก แ ก็สามารถประสบความสำเร็จอย่าง
รวดเร็ว ด้วยสไตล์เรียบง่ายที่แตกต่าง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Preppy with a twist” จนเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
ที่แฝงไปด้วย ความลำลอง เรียบ เท่ มีสีสันและสวมใส่สบาย 😊

ด้วยจังหวะที่เหมาะสม ทำให้ Tommy Hilfiger ประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น งานดีไซน์อันสร้างสรรค์
ยวกับแคมเปญการตลาดที่รุกหนักหลังจากมีหุ้นส่วนใหม่มาผนึกกำลัง ทำให้แบรนด์มีการขยายตลาด ส่งต่อแฟชั่้นไปยังยุโรป
และเอเชีย ส่งผลให้ยอดขายไต่ระดับไปสู่พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ค.ศ.1992 Thomas Jacob Hilfiger กลายเป็น
ดีไซเนอร์คนแรกที่สามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ พร้อมกับขยายไลน์สินค้าจากเสื้อไปเป็น
Thmmy Denim,Hilfiger Talior,Hilfiger Collection ที่ประกอบไปด้วย กางเกงยีนส์ เสื้อผ้าเด็ก
น้ำหอม ของแต่งบ้าน และเครื่องประดับต่างๆ

พอเข้าสู่ต้นทศวรรษ 2000’s Thomas ตัดสินขายหุ้นบริษัทจำนวนหนึ่งให้กับ Apex Partner และขายหุ้นในมือ
อีกครั้งในปี 2010 ให้กับบริษัท PVH corp ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Calvin Klein,Arrow,Speedo และอีกหลาย
แบรนด์ดัง เป็นผู้ถือหุ้นของ Tommy Hilfiger จนถึงปัจจุบันเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทให้ดีขึ้น

แม้จะเปลี่ยนผู้ถือหุ้น แต่ Thomas Jacob Hilfiger เองยังมีบทบาทในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ รวมถึงเป็นตัวแทนบริษัทใน
การออกงานแฟชั่นโชว์ต่างๆ จนถึงปัจจุบัน และในช่วงปีที่ผ่านมา แบรนด์ Tommy Hilfiger ก็ถือว่าเริ่มฟื้นตัว และได้รับความ
สนใจในวงกว้างอีกครั้ง ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย แต่ยังคงเก็บรักษาเอกลักษณ์เดิมอันทรงคุณค่าไว้อย่างครบถ้วน